ข้อมูลเชิงเทคนิค ปัจจัยและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

 

ทฤษฎีการออกแบบที่เกี่ยวข้อง

  1. การออกแบบที่พักอาศัย ประเภท หอพัก อพารทเมนต์
  2. การออกแบบพื้นที่สำหรับทำงานศิลปะและการออกแบบ

และส่วนสนับสนุนส่วนพักอาศัย

  1. การออกแบบส่วนสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวข้อง
    1. สถานที่จัดแสดงงานขนาดเล็ก
    2. ร้านอาหาร – ร้านค้า
    3. ลานเอนกประสงค์  สันทนาการ

ในกรณีโครงการหอพักจะมีการนำเอาลักษณะการวางอาคารแบบ Linear ซึ่งมีข้อดีคือประหยัดพื้นที่ในโครงการและสามารถแบ่งพื้นที่ส่วนกลางสำหรับทำกิจกรรมอื่นได้ แต่ข้อเสียคือมุมมองของอาคารแต่ละอาคารที่จะมองเห็นอาคารอื่นในโรงการในระดับสายตา จึงต้องมีการกำหนดระยะสบายทางสายตาระหว่างอาคารตามความเหมาะสมแนะนำพื้นที่นั่นไปใช้ประโยชน์อื่นต่อไป

 

โดยทั้งสองลักษณะการจัดวางมีการแทรกพื้นที่กิจกรรมสู่แต่ละชั้นและพยายามทำตัวอาคารให้โปร่งโล่งและไม่ปรับอากาศ  โดยตัวเลือกที่สองสามารถสร้างพื้นที่พักอาศัยได้มากกว่าจึงน่าสนใจมากกว่าในเชิงการลงทุน

การออกแบบองค์ประกอบในตัวอาคารพักอาศัย

  1.  ส่วนพักอาศัย

สำหรับส่วนพักอาศัยสำหรับนักศึกษาที่เรียนศิลปะและการการออกแบบ มีพื้นที่การใช้งานที่มีลักษณะพิเศษในการทำงาน   โดยต้องการพื้นที่มากกว่าห้องพักปกติเพื่อรองรับกิจกรรมและพื้นที่การทำงาน

2 . การออกแบบพื้นที่การทำงานศิลปะและการออกแบบ( ในส่วนพักอาศัย )

ขนาดห้อง 24 ตร.ม.  มีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะเขียนแบบขนาด A0 หรือเฟรมผ้าใบขนาด 1.20 – 2.00 ได้โดยไม่ทำให้อึดอัดจนเกินไป  โดยมีการแยกพื้นที่พักผ่อน split level เพื่อให้มีพื้นที่ทำงานมากขึ้น

ส่วนสนุบสนุนส่วนพักอาศัย

  1. การออกแบบส่วนสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวข้อง
    1. สถานที่จัดแสดงงานขนาดเล็ก 150 ตารางเมตร  ระบบผนังก่อติดตั้งถาวรครึ่งหนึ่งอีกครึ่งหนึ่งเป็นระบบติดตั้งชั่วคราวเพื่อสามารถยืดหยุ่นตามลักษณะการติดตั้งงานที่แตกต่างกัน ทั้งงานจิตรกรรม ประติมากรรม งานสถาปัตยกรราม งานผลิตภัณฑ์  หรือสื่อผสมมัลติมีเดีย  โดยอาจสามารถปรับเปลี่ยนเป็นส่วนพบปะสังสรรค์และงานกิจกรรมอื่นๆได้อีกด้วย

 

ปัจจัยเทคนิคทางโครงสร้าง

  1. ระบบโครงสร้างเสาเข็มและฐานราก

เนื่องจากสภาพพื้นที่โดยรอบบริเวณการก่อสร้างใกล้ชิดกับอาคารเดิม  และอาคารโดยรอบเป็นหอพักซึ่งมีคนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จึงได้กำหนดฐานรากของอาคารเป็นฐานรากเดี่ยววางบนเสาเข็มเจาะ

  1. โครงสร้างเสา – คาน

สภาพของอาคารมีพื้นที่ใช้งานส่วนพักอาศัยที่มีการแบ่งพื้นที่แน่นอนโดยมีระยะเสา 4.00 เมตร และส่วนบ้านพักมีระยะเสา 5.00 จึงกำหนดให้โครงสร้างเสาและคานเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก

  1. โครงสร้างพื้น

เนื่องจากต้องการประหยัดงบประมาณในการก่อสร้างและร่นระยะเวลาในการก่อสร้างจึงเลือกใช้พื้นสำเร็จรูปติดตั้งในโครงการ

  1. โครงสร้างผนัง

เลือกวัสดุอิฐมวลเบา เพื่อการก่อสร้างที่ทำได้รวดเร็วและป้องกันความร้อนจากภายนอกอาคารได้ดีกว่า  อิฐบล็อกและอิฐมอญ

  1. วัสดุหลังคา

ระบบโครงสร้างเหล็กและวัสดุมุงคือกระเบื่องซีแพคโมเนีย โดยเป็นการมุงเพื่อลดความร้อนจากภายนอกอาคารสู่ห้องพักอาศัยชั้นบนสุด

การประเมินน้ำหนักบรรทุก,การถ่ายน้ำหนักบรรทุกและการวิเคราะห์โครงสร้าง

                        การประเมินน้ำหนักบรรทุกและทฤษฎีการถ่ายน้ำหนักบรรทุก 

จากข้อมูลการใช้สอยพื้นที่ของอาคารสามารถประเมินน้ำหนักบรรทุกและแรงต่างๆที่จะกระทำต่อโครงสร้างอาคารตามทฤษฎี,ข้อกำหนดและมาตรฐานต่างๆ  ดังนี้

  1. มาตรฐานของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
  2. พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร
  3. กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง
  4. มาตรฐานต่างชาติที่กว้างขวางและหน้าเชื่อถือ  ได้แก่

 

-                   ACI  ( American Concrete Institute )

-                   UBL  ( Uniform Building Code )

-                   ASTM  ( American Society Of Testing Material )

-                   TISI  ( THAI Industrial  Standard Institute )

ทฤษฎีการวิเคราะห์โครงสร้าง

หลังจากที่ได้ประเมินน้ำหนักบรรทุกและถ่ายน้ำหนักเข้าสู่ระบบโครงสร้างของอาคารตามทฤษฎีต่างๆที่เกี่ยวข้องแล้ว  จะได้ทำการวิเคราะห์โครงสร้างเพื่อหาพฤติกรรมต้านแรงกระทำและแรงต้านชิ้นส่วนภายในโครงสร้างเพื่อใช้ในการกำหนดคุณสมบัติของชิ้นส่วนโครงสร้าง  โดย  ทฤษฎีแบ่งเป็นชิ้นส่วนย่อยๆ  ระบบสองมิติ  และสามมิติตามสมควร  จะทำให้เห็นพฤติกรรมการต้านแรงของโครงสร้างได้ใกล้เคียงสภาพความเป็นจริงได้มากที่สุด

 

แนวความคิดทางด้านการออกแบบวิศวกรรมสุขาภิบาล

วิศวกรรมสุขาภิบาลสามารถแบ่งออกได้ดังนี้

  1. ระบบน้ำประปา
  2. ระบบระบายน้ำเสีย
  3. ระบบน้ำฝนและน้ำทิ้ง
  4. ระบบบำบัดน้ำเสีย
  5. ระบบดับเพลิง
  6. 1.     ระบบน้ำประปา

ระบบน้ำประปาที่ใช้ในโครงการจะออกแบบระบบจ่ายน้ำในอาคารภายในอาคารสูง 5 ชั้น จะเป็นระบบ Down Feed System ซึ่งระบบดังกล่าวนี้จะประกอบด้วย ถังเก็บน้ำใต้ดิน ถังเก็บน้ำดาดฟ้า เครื่องสูบน้ำอัตโนมัติ และมีระบบกรองน้ำสำหรับใช้งาน

-                   น้ำใช้อัตราการใช้เฉลี่ย 75 – 100 ลิตร/คน /วัน

-                   น้ำใช้เพื่อการดับเพลิง  สามารถใช้ได้ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 30 นาที

-                   น้ำรดต้นไม้ อัตราการใช้น้ำ 1.5 m3/ไร่/วัน

-                   อัตราการสำรองน้ำใช้เป็นเวลา 1 วัน

  1. 2.      ระบบระบายน้ำเสีย

จะเป็นการรวบรวทน้ำเสียที่เกิดจากการใช้สอยในอาคารประกอบด้วย  ท่อระบายน้ำโสโครก  ท่อระบายน้ำเสีย   และท่อระบายอากาศ  จากห้องน้ำ floor drain  และท่อระบายน้ำเสียอื่นๆ  เพื่อส่งเข้าไประบบบำบัดน้ำเสียต่อไป

เกณฑ์กำหนดมนการออกแบบ

  1. ความเร็วของการไหล 0.8 – 2.4 เมตร/วินาที
  2. มี trap เพื่อดักกลิ่นรบกวน  ชนิดเปียก
  3. อัตราน้ำเสียห้องน้ำห้องส้วม ใช้ 85 % ของอัตราการใช้น้ำประปา
  4. 3.      ระบบระบายน้ำฝนและน้ำทิ้ง

จะระบายลงสู่บ่อพักของท่อระบายน้ำฝนและน้ำทิ้งเพื่อระบายลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะดดยจะมีการออกแบบจุดสูบน้ำทิ้งเพื่อเป็นหลักประกันไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องการระบายน้ำฝนและน้ำท่วมพื้นที่ได้

เกณฑ์กำหนดการออกแบบ

  1. Mean Rainfall 1,260 mm/Year
  2. Rainfall Greatest ใน 24 ชั่วโมง 124 mm.
  3. Rainfall Intensity  10 Yr. Round mm./hr
  4. ความเข้มฝนที่ใช้ในการคำนวณออกแบบไม่น้อยกว่า 150 มม./ ชั่วโมง
  5. ความสามารถในการระบายน้ำฝนออกจากพื้นที่ 2-5 ม3/ นาที
  6. ท่อระบายอากาศเป็นท่อ PVC
  7. มีบ่อพักทุกระยะไม่เกิน 10  เมตร

 

 

  1. 4.      ระบบบำบัดน้ำเสีย

น้ำเสียที่เกิดจากห้องน้ำและห้องส้วมจะผ่านการบำบัดตามาตรฐานน้ำทิ้ง และจัดระบบเก็บรวบรวมน้ำผ่านการบำบัดเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ เช่น รดน้ำต้นไม้ เป็นต้น

การออกแบบระบบน้ำเสียของอาคารตามชั้นต่าง ๆ ก่อนที่จะระบายน้ำเสียส่งไปบำบัด

  1. ความเร็วในการไหล 0.8 – 2.4 เมตร/วินาที
  2. มี trap เพื่อดักกลิ่น ชนิดเปียก
  3. 5.      ระบบดับเพลิง

ในการออกแบบรบบดับเพลิงแบ่งออกเป็นระบบต่างๆ ดังนี้

  1. ระบบดับเพลิงด้วยน้ำชนิดสายสูบ กำหนดไว้ใช้ในพื้นที่สาธารณะทั่วๆ ไปในทุกๆ ชั้นของอาคาร โดยจะติดตั้งตู้สายสูบดับเพลิงพร้อมอุปกรณืเบื้องต้น  FHC และอุปกรณ์ผจญเพลิงเบื้องต้น
  2. ระบบหัวฉีดน้ำดับเพลิงอัตโนมัติ (Pendant sprinkler) กำหนดไว้ในส่วนห้องพัก ยกเว้นในส่วนห้องควบคุมไฟฟ้า ห้องเครื่อง ห้องเอกสารสำคัญ
  3. เครื่องดับเพลิงแบบมือถือ จะกำหนดติดตั้งไว้ในส่วนโถงทางเดิน

แนวความคิดในการออกแบบด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและสื่อสาร

หลักเกณฑ์ในกรออกแบบ

  1. ออกแบบเตรียมช่องทางเดินของระบบไฟฟ้า  โดยแต่ละระบบมีรายละเอียดดังนี้
    1. 1.      ระบบไฟฟ้า

ไฟฟ้าแรงสูง  12 กิโลโวลต์ 3 เฟส 3 สาย  ความถี่ 50Hz

ไฟฟ้าแรงต่ำ  416 /240  โวลต์  3 เฟส 4 สาย  ความถี่ 5o Hz

  1. 2.      ระบบแสงสว่าง

ระดับความเข้ม  ของแสงสว่างในแต่ละพื้นที่ให้เป็นไปตามมาตรฐาน IES  หรือ CIE

และพระราชกฤษฎีกากำหนดอาคารควบคุม  ซึ่งว่าด้วยกำหนดมาตรฐาน  หลักเกณฑ์  และวิธีการอนุรักษ์พลังงานในอาคารควบคุม

แนวความคิดในการออกแบบงานระบบไฟฟ้าและการสื่อสาร

  1. ระบบไฟฟ้าแรงสูงจะพิจารณาออกแบบให้รับไฟฟ้าแรงสูง ที่แรงดัน 12 KV  9ตามมาตรฐานของการไฟฟ้านครหลวง
  2. หม้อแปลงไฟฟ้า  จะใช้หม้อแปลงไฟฟ้าที่มีการค่าการสูญเสียต่ำชนิดจุ่มในน้ำมัน
  3. ระบบไฟฟ้าแรงต่ำ  จะเป็นการเดินสายไฟฟ้าแรงต่ำเข้าตู้ควบคุมเมนไฟฟ้า
  4. ระบบไฟฟ้าสำรองฉุกเฉิน  ใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ขับด้วยเครื่องยนต์ดีเซลล์ ซึ่งเป็นชนิดที่ทานโดยอัตโนมัติ
  5. ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง  มีเต้ารับไฟฟ้า  การออกแบบระบบแสงสว่างให้ยึดถือตามมาตรฐานสากลและคำนึงถึงการประหยัดพลังงานเป็นหลัก  ผู้ออกแบบจะเน้นพิจารณาและคำนวณความต้องการพลังงานในด้านแสงสว่างโดยจะออกแบบให้ใช้หลอดไฟที่มีประสิทธิภาพสูงและยังประหยัดค่าไฟอีกด้วย

การออกแบบเต้ารับไฟฟ้า  มาตรฐานการออกแบบ จะให้ตรงตามข้อกำหนดของมาตรฐานของเต้ารับไฟฟ้า  เพื่อความปลอดภัย  การออกแบบเต้ารับกำหนดให้ให้ใช้เต้ารับไฟฟ้าแบบมีขาดิน

  1. ระบบป้องกันฟ้าผ่า จะประกอบไปด้วยอุปกรณ์ที่สำคัญดังนี้  ตัวล่อฟ้า  สายล่อฟ้า  และหลักสายดิน
  2. การออกแบบระบบสายดิน  ระบบ Ground ของแต่ละระบบจะออกแบบให้แยกออกจากกันอย่างอิสระซึ่งจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยต่อทรัพสินท์และอุปกรณืระบบสายดิน สำหรับอาคารสมัยใหม่จะต้องต่ำพอคือประมาณ 1 หรือ 2 โอห์ม  ซึ่งถ้าหากจำเป็นจะไม่เกิดกว่า 5 โอห์ม
  3. ระบบโทรศัพท์    ระมีการติดตั้งตู่สาขาโทรศัพท์อัตโนมัติและแผงกระจายสายรวมที่ชั้นพื้นดินภายในห้องควบคุมอาคาร และ ติดตั้ง กล่องต่อสายโทรศัพท์ไว้แต่ละชั้นของอาคารเพื่อกระจายสายไปยังเต้ารับโทรศัพท์ในบริเวณต่างๆ

 

  1. 9.      ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ 

หลักการจะมีแผงควบคุมรวม  โดยมีแผงควบคุมประกอบเป็บวงจรอิเล็คโทรนิคซึ่งควบคุมการทำงานด้วย  Microprocessor บนแผงควบคุมรวมจะแสดงตำแหน่งเพลิงไหม่ด้วยหลอดไฟสัญญาณ โดยมีอุปกรณ์ร่วมดังนี้

-                   Heat  Detector

-                   Smoke Detector

-                   สวิตซ์แจ้งเตือนภัยเพลิงไหม้

-                   อุปกรณืส่งเสียงสัญญาณ

10. ระบบสัญญาณคอมพิวเตอร์  เป็นระบบไร้สายติดตั้งตามแต่ละชั้นของอาคารและพื้นที่กิจกรรมรวม

11. ระบบควบคุมการเข้าออก  เป็นการควบคุมโดยการใช้  Key Card

12. ระบบโทรทัศน์วงจรปิด จะถูกติดตั้งเพื่อคว่มปลอดภัยในบริเวณพื้นที่สำคัญ เช่น  บริเวณทางเข้าออกของอาคาร  และทางเดินต่างๆ  เป็ณต้น

ส่วนประกอบพื้นฐานของอุปกรณ์ มี  3 ส่วน  ได้แก่

แผงควบคุม  มอนิเตอร์  และกล้อง

 

About these ads

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Blog at WordPress.com.
The Esquire Theme.

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: